2006/Dec/10

สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อม

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นจากสาเหตุใหญ่

3 ประการ คือ

1 การเพิ่มจำนวนของประชากร

การเพิ่มความต้องการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

เพื่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน อันได้แก่ ความต้องการพื้นที่ทำกินทางการเกษตร

ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีการบุกรุกทำลายป่าอันควรสงวนไว้เพื่อรักษาดุลยภาพ

ของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ความต้องการในการใช้ทรัพยากรอื่นๆ

เป็นต้นว่า น้ำ อากาศ แร่ธาตุ แหล่งพลังงาน

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเพื่อสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

ยังขาดการวางแผนการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงความต้องการในอนาคต

จนเกิดความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อมขึ้นโดยทั่วไปและอาจทำให้เกิด

ผลเสียหายร้ายแรงในอนาคต หากยังมีการทำลายหรือการใช้ทรัพยากร

ธรรมชาติกันอย่างไม่ระมัดระวังต่อไปอีก

.

2 การรวมตัวของประชากรหรือการตั้งถิ่นฐานมนุษย์

ป็นสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพ

สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติเช่นเดียวกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมือง

ซึ่งโดยปกติแล้วจะขาดการวางแผนและผังเมืองไว้ล่วงหน้า

ทำให้เกิดปัญหาของเมืองขึ้น เป็นต้นว่าการใช้ที่ดินที่ไม่มีระเบียบแบบแผน

ปัญหาการจราจร การขาดแคลนทางด้านสาธารณูปโภคและการบริการโดยทั่วไป

รวมทั้งการพักผ่อนหย่อนใจอันแสดงถึงสภาพความเสื่อมโทรมทั้งทางด้านกายภาพสังคม

และคุณภาพของชีวิตของคนในเมืองทุกขณะ

การขยายตัวของเมืองนั้นโดยปกติจะมีการขยายตัวทางอุตสาหกรรมเกิดขึ้นด้วย

เนื่องจากอุตสาหกรรมจะได้ประโยชน์จากการอยู่ใกล้ชิดกับเมืองที่มีขนาดใหญ่

ซึ่งหมายถึง การมีตลาดการคมนาคมและบริการพื้นฐานต่างๆ

ที่ดีกว่าเมืองหรือชุมชนขนาดเล็ก การขยายตัวทางอุตสาหกรรมมักจะขาดการวางแผน

หรือควบคุมที่เพียงพอ จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำเสีย

อากาศเป็นพิษจากของเสียที่โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ปล่อยออกมา

ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านกายภาพ และทางด้านสุขภาพ

อนามัย และคุณภาพชีวิตของประชากรเช่นเดียวกัน

.

3 การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิตในทางด้านการเกษตร

การใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงได้ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของคุณภาพของดิน

ปัญหาดินเป็นพิษ ซึ่งอาจจะแผ่กระจายตัวลงสู่แม่น้ำ

ลำธาร จนเป็นสาเหตุของน้ำเสีย หรือทางด้านอุตสาหกรรม

วิธีการในการผลิตที่ใช้สารตะกั่ว

ปรอท สารหนู ฯลฯ สารเหล่านี้จะเป็นพิษร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของประชากร

และยากแก่การแก้ไขหรือทำลายส่วนที่ตกค้างให้หมดสิ้นไป

การใช้พลังงานก็อาจก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมขึ้นได้หลายประการ

จะเห็นได้ว่าปัญหาของสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นจากคน และการกระทำของคนทั้งสิ้น

ดังนั้นในการแก้ไขและวางแผนเพื่อปรับปรุงคุณภาพของสิ่งแวดล้อม

ก็จะต้องคำนึงถึงสาเหตุดังกล่าวข้างต้นนี้
ปัญหาสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม

จากการประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัย



และผลการดำเนินงานของคณะกรรมการต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งข้อร้องเรียนจากสื่อมวลชน

และชมรมอนุรักษ์ต่างๆ พอจะสรุปได้ว่าปัญหาในในด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่

.

1 ปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม

.

และการบริหารทรัพยากร ธรรมชาติ

(1) ปัญหาที่เป็นที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่งขณะนี้ก็คือการที่เนื้อที่ป่าไม้ของประเทศ

ได้ลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพีงประมาณร้อยละ 37 ของเนื้อที่ทั้งหมดของประเทศ

ปัญหาได้ทวีความรุนแรงจนถึงมีการทำลายป่าไม้

ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธารอันเป็นหัวใจของการรักษาดุลยภาพของสิ่งแวดล้อม

ทางธรรมชาติ อันจะมีผลต่อการอยู่รอดและอนาคตของคนไทยทั้งประเทศ

(2) ความเสื่อมโทรมของดินเพื่อการเกษตร

เนื่องจากการใช้ที่ดินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

การปลูกพืชที่ไม่เหมาะสมกับคุณสมบัติของดินหรือปลูกพืชที่จะทำให้

คุณภาพของดินเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว เช่น มันสำปะหลัง เป็นต้น

(3) ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรแร่ธาตุ

ทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพจากการใช้อย่างไม่ถูกวิธี

อย่างสุรุ่ยสุร่าย หรือจากการทำลายอย่างผิดกฎหมาย

รวมทั้งความเสียหายต่อชุมชนจากกรรมวิธีการผลิต

(4) การขยายตัวของเมืองที่เป็นไปตามยถากรรมในลักษณะที่มี

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองเอกเพียงเมืองเดียว และการกระจายตัวของ

เมืองที่ขาดความสมดุลทั้งทางด้านพื้นที่ (Unbalanced Spatial Distribution)

และจำนวนประชากรที่แตกต่างกันมาก ในระดับเมืองเอก เมืองหลัก

เมืองรอง และศูนย์ชุมชนในชนบทต่างๆ ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองของรัฐ

ในการจัดสรรการบริการและสาธารณูปโภค ตลอดจนการที่เมือง

และอุตสาหกรรมได้ขยายตัวออกไปจนเกิดการบุกรุกที่ดิน

ที่อุดมสมบูรณ์ของการเกษตร หรือพื้นที่ที่ควรสงวนไว้

เพื่อรักษาดุลของธรรมชาติ

(5) การขาดแคลนและความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว

เนื่องจากไม่มีการจัดสรรไว้ล่วงหน้า หรือการป้องกันมิให้เอกชน

เข้าครอบครอง หรือใช้ที่ดินอันควรสงวนไว้เป็นประโยชน์ใช้สอย

ของสาธารณชนในด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ

(6) การขาดการอนุรักษ์สิ่งที่มีคุณค่าที่ควรสงวนไว้เป็นสมบัติ

ของชาติและเป็นมรดกตกทอดแก่อนุชนรุ่นหลัง ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์

ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม

.

2ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

ปัญหาสิ่งแวดล้อมอาจเกิดขึ้นได้โดยทั่วไป

แต่ในบริเวณที่มีชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น และมีการรวมตัวของอุตสาหกรรม

ดังเช่นกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่อื่นๆ

มักจะเกิดปัญหาในขั้นที่เรียกว่าสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ดังนี้คือ

(1) การเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำทั้งแหล่งน้ำบนผิวดินและน้ำทะเล

(2) การทำลายสิ่งแวดล้อมทางน้ำ

อันได้แก่ ระบบวงจรชีวิตของสัตว์และพืชทั้งในน้ำจืดและน้ำทะเล

(3) ปัญหาอากาศเสียจากแก๊สพิษต่างๆ

ที่ปล่อยออกจากการอุตสาห-กรรมและท่อไอเสียของรถยนต์

ซึ่งจะก่อให้เกิดผลร้ายทั้งในด้านสุขภาพ อนามัย

ระบบนิเวศน์ของสัตว์และพืช และการเสียหายโดยตรงต่อทรัพย์สินของประชาชน

ประกาศของคณะปฏิวัติเรื่องการลงโทษรถยนต์ปล่อยควันดำ

มิได้นำมาใช้โดยเคร่งครัด

(4) ปัญหาจากเสียงและความสั่นสะเทือน

ซึ่งเป็นสิ่งรบกวนและเป็นอันตรายต่อสุขภาพทางกาย

และทางจิตใจของคนในเมืองใหญ่ๆ โดยทั่วไป

(5) ปัญหาขยะมูลฝอย

ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

เป็นต้นว่า น้ำเสีย อากาศเสีย รวมทั้งเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคและสิ่งที่นำโรคต่างๆ

ที่จะเป็นอันตรายโดยตรงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

แนวทางและมาตรการในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม
.

การพัฒนาสิ่งแวดล้อมเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง

หน่วยราชการต่างๆ ทั้งในด้านการวางแผนนโยบายและการปฏิบัติ

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2518

มิได้ให้อำนาจหน่วยงานหน่วยหนึ่งโดยเฉพาะในการปฏิบัติ

และควบคุมคุณภาพของสิ่งแวดล้อม ดังนั้น แนวทางการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

เท่าที่กฎหมายต่างๆ จะอำนวยให้ ในปัจจุบันอาจทำได้โดย

ใช้มาตรการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว คือ

1 มาตรการในระยะสั้น

(1) การรักษาและดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างเคร่งครัด

เพื่อป้องกันสาเหตุหรือลดผลเสียหายของปัญหาสิ่งแวดล้อม

กฎหมายดังกล่าว ได้แก่ พ.ร.บ.ควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม,

พ.ร.บ. การจราจร, พ.ร.บ. การผังเมือง, พ.ร.บ. การประมง,

เทศบัญญัติควบคุมอาหาร ประกาศคณะปฏิวัติเรื่องรถยนต์ปล่อยควันดำ ฯลฯ เป็นต้น

(2) การสนับสนุนทางด้านงบประมาณแก่โครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน หรือเพื่อส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(3) การขอความร่วมมือจากประชาชนขององค์การเอกชนต่างๆ

ในความพยายามที่จะส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม


3.2 มาตรการในระยะยาว

(1) การวางแผนและนโยบายการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของประเทศ

เพื่อเสนอเป็นแนวทางบริหารงานสิ่งแวดล้อมของรัฐบาล

(2) การประสานนโยบายและงานด้านสิ่งแวดล้อมของหน่วยราชการต่างๆ

ให้มีความสอดคล้องและเป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันในด้านข้อมูลและวิชาการ

และอยู่ในกรอบของนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมของประเทศ

(3) การควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยการกำหนดมาตรฐาน

คุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ส่วนราชการและเอกชนถือปฏิบัติ

และใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาโครงการต่างๆ

โดยเปรียบเทียบผลได้ผลเสียของโครงการ และหาทางปรับปรุงโครงการ

ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

หรือระงับโครงการที่จะเป็นผลเสียหายร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนั้นจะพิจารณาออกกฎหมายเฉพาะเรื่องเพื่อควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมขึ้น

เช่น กฎหมายคุณภาพน้ำ กฎหมายคุณภาพอากาศ กฎหมายเกี่ยวกับประมง

เป็นต้น เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน

และให้การควบคุมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

(4) หาข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบบริหารงานของหน่วยราชการต่างๆ

เพื่อให้งานสิ่งแวดล้อมดำเนินไปโดยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

(5) การประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในปัญหา

สิ่งแวดล้อมและผลร้ายที่เกิดขึ้นจากการทำลายสิ่งแวดล้อม

โดยให้มีการฝึกอบรมทางด้านวิชาการสิ่งแวดล้อมให้แก่หน่วยราชการต่างๆ

เพื่อนำไปพิจารณาในการวางแผนและปฏิบัติงานในหน่วยงานของตนเอง

และทำการรณรงค์ในกิจกรรมต่างๆ ในอันที่จะส่งเสริมสุขภาพสิ่งแวดล้อม

(6) เร่งรัดให้มีการทำผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะให้แล้วเสร็จทั่วประเทศ

โดยคำนึงถึงการป้องกันมิให้เกิดผลร้ายแก่สิ่งแวดล้อม

(7) การอนุญาติให้ตั้งโรงงานต้องมีการกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตให้มี

สิ่งป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม และให้แสดงแผนผังก่อนรับอนุญาต

นอกจากนี้รัฐบาลจะใช้มาตรการเด็ดขาดปิดโรงงานที่ทำผิดเงื่อนไข


อ้างอิง

http://www.environnet.in.th/evdb/policy/national/pt_035.html